สรุปตลาดต่างประเทศวันศุกร์
posted on 18 Sep 2009 08:39 by loveseo
ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์ขยับลง 7 จุดแม้ตัวเลขศก.แข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดอ่อนลงในวันพฤหัสบดี หลังจากปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกัน 3 วัน โดยนักลงทุนกังวลว่าตลาดอาจพุ่งขึ้นมากเกินไปแล้วในระยะนี้ถึงแม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งออกมา
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 7.79 จุด หรือ 0.08 % สู่ 9,783.92, ดัชนี S&P 500 ปิดร่วงลง 3.27 จุด หรือ 0.31 % สู่ 1,065.49 และดัชนี Nasdaq ปิดขยับลง 6.40 จุด หรือ 0.30 % สู่ 2,126.75
ปริมาณซื้อขายอยู่สูงกว่าปกติ โดยอยู่ที่ราว 1.52 พันล้านหุ้นในตลาดนิวยอร์ค และราว 2.61 พันล้านหุ้นในตลาด Nasdaq ขณะที่จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วนราว 17 ต่อ 13 ในตลาดนิวยอร์ค แต่จำนวนหุ้นลบกับหุ้นบวกอยู่ในระดับใกล้เคียงกันในตลาด Nasdaq
นักลงทุนพยายามประเมินว่า ตลาดมีเหตุผลสมควรให้ไต่ขึ้นต่อไปหรือไม่ โดยขณะนี้ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นมาแล้ว 58 % จากจุดต่ำสุดในเดือนมี.ค.
ตัวเลขเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางธุรกิจในแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนก.ย. และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 2007
สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 2008 โดยได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากตัวเลขการเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับหลายครอบครัว สหรัฐรายงานอีกด้วยว่า จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกร่วงลงอย่างพลิกความคาดหมายในสัปดาห์ที่แล้ว (รอยเตอร์)
ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:กังวลอุปสงค์กดน้ำมันดิบปิดลบ 4 เซนต์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดีในขณะที่ความกังวลเรื่องอุปสงค์ที่ระดับต่ำและสต็อกน้ำมันในคลังที่ระดับสูงบดบังตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใส
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.อ่อนลง 4 เซนต์ หรือ 0.06 % มาปิดตลาดที่ 72.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 71.66-73.16 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX พุ่งขึ้นเหนือ 73 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ก่อนจะร่วงลงพร้อมกับตลาดหุ้นในเวลาต่อมา โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ร่วงลงเกินคาด และตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งเกินคาดในสหรัฐ
บริษัทออยล์ มูฟเมนท์สคาดการณ์ว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ไม่รวมแองโกลาและเอกวาดอร์ อาจเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรลต่อวันในช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 ต.ค. โดยตัวเลขนี้มีส่วนกดดันราคาน้ำมันดิบให้ร่วงลง(รอยเตอร์)
ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์ค:แรงขายถ่วงทองลงจากจุดสูงสุดรอบ 14 เดือน
ราคาทองที่ตลาดสหรัฐยังคงอ่อนตัวลงในช่วงปิดตลาด แม้ว่าดอลลาร์ปรับตัวลงครั้งใหม่สู่ช่วงขาลง ในขณะที่นักลงทุนบางรายทำกำไร หลังจากที่ทองแตะจุดสูงสุดรอบ 14 เดือนเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี
สัญญาทองส่งมอบเดือนธ.ค.เคลื่อนตัวในช่วง 1,010.60-1,025.80 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่ของเดือนก.ค.2008
เทรดเดอร์กล่าวว่า ทองได้แรงหนุนสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่รอบ 14 เดือนในการซื้อขายช่วงแรก เมื่อดอลลาร์ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่รอบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโร การฟื้นตัวของดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนต้องการขายทอง และทำให้ทองลงไปอยู่ในแดนลบ เทรดเดอร์กล่าวว่า แม้ว่าดอลลาร์อ่อนค่าลงในภายหลัง แต่ทองก็ไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำ โดยได้รับแรงกดดันจากกระแสการทำกำไร
อย่างไรก็ตาม ช่วงขาลงของทองถูกยับยั้ง ในขณะที่ผู้ซื้อเข้าช้อนซื้อในช่วง
สำหรับราคาโลหะมีค่ามีดังต่อไปนี้
ปิดที่ระดับ (ดอลลาร์/ออนซ์) เปลี่ยนแปลง (ดอลลาร์)
ทองเดือนธ.ค. 1,013.50 - 6.70
เงินเดือนธ.ค. 17.2650 - 16.50 (เซนต์)
พลาตินั่มเดือนต.ค. 1,341.50 - 8.60
พัลลาเดียมเดือนธ.ค. 305.75 + 5.25 (รอยเตอร์)
ตลาดเงินนิวยอร์ค:ดอลล์ร่วงแตะจุดต่ำสุดรอบเกือบ 1 ปีเทียบยูโร
ดอลลาร์ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโรในวันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสโดยส่วนใหญ่ได้ลดความต้องการดอลลาร์ ซึ่งเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 91.110 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันพุธที่ 90.870 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.4738 ดอลลาร์ และ 134.31 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันพุธที่ 1.4710 ดอลลาร์และ 133.39 เยน
ความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้นหลังรายงานระบุว่า กิจกรรมภาคโรงงานในแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนก.ย. สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมิ.ย.2007 และตลาดบ้านและแรงงานก็ปรับตัวดีขึ้นด้วย
ความต้องการมากขึ้นของนักลงทุนสำหรับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงส่งผลให้ดอลลาร์ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดใหม่ในรอบเกือบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโรและตะกร้าเงิน ขณะที่ภาวะซื้อขายผันผวน เนื่องจากหุ้นสหรัฐแกว่งตัวผันผวนระหว่างแดนบวกและลบ
ดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีที่ 76.010 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาที่ 76.225 โดยดัชนีร่วงลง 2.4% แล้วในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวแย่ที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายเดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. (รอยเตอร์)
ตลาดเงิน Emerging Asia:รูเปียห์,วอนดีดตัวแตะระดับสูงสุดรอบ 1 ปี
สกุลเงินของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียทะยานขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ โดยรูเปียห์, วอน และบาทพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะที่นักลงทุนมีความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้น
หลังจากที่ผลผลิตทางอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.
เปโซแตะจุดสูงสุดรอบ 1 เดือน และริงกิตพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือน
รูเปียห์ยังคงทะยานขึ้น โดยพุ่งขึ้นสูงถึง 9,560 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2008 หลังจากที่มูดี้ส์ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียขึ้น 1 ขั้น สู่ Ba2
วอนปรับตัวขึ้นที่ราว 1,204 ต่อดอลลาร์ ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. แต่ได้ลดช่วงบวกลง อันเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และจากการแทรกแซงเพื่อซื้อดอลลาร์ของธนาคารกลาง
ริงกิตปรับตัวแข็งแกร่งที่ระดับสูงถึง 3.46 ต่อดอลลาร์ หลังมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงไตรมาส 2 ของมาเลเซียลดลงสู่ 2.88 หมื่นล้านริงกิต (8.3 พันล้านดอลลาร์) และการไหลออกของเม็ดเงินในพอร์ทได้ชะลอตัวลง
บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแม้ยังอยู่ในทิศทางแข็งค่าแต่เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากช่วงเช้า ตามการดีดกลับช่วงสั้นของดอลลาร์ อยู่ที่ 33.65/68 จาก 33.68/73 เมื่อช่วงเช้า ขณะที่ในตลาด offshore อยู่ที่ 33.66/69 จาก 33.68/72 ช่วงเช้า(รอยเตอร์)
ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ (17 ก.ย.) ลบ 25 จุดหรือ 1.04 % สู่ 2390 ระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 4291 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 772 ระดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 11793 และระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 554 ระดับปิดสูงสุดของปีที่แล้วอยู่ที่ 11793 และระดับปิดต่ำสุดของปีที่แล้วอยู่ที่ 663
ความเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมามีดังนี้:-
วันที่ ระดับปิด เปลี่ยนแปลง (จุด)
16 ก.ย. 2415 -16
15 ก.ย. 2431 -19
14 ก.ย. 2450 -18
11 ก.ย. 2468 -24
10 ก.ย. 2492 +1 (รอยเตอร์)
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดอ่อนลงในวันพฤหัสบดี หลังจากปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกัน 3 วัน โดยนักลงทุนกังวลว่าตลาดอาจพุ่งขึ้นมากเกินไปแล้วในระยะนี้ถึงแม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งออกมา
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 7.79 จุด หรือ 0.08 % สู่ 9,783.92, ดัชนี S&P 500 ปิดร่วงลง 3.27 จุด หรือ 0.31 % สู่ 1,065.49 และดัชนี Nasdaq ปิดขยับลง 6.40 จุด หรือ 0.30 % สู่ 2,126.75
ปริมาณซื้อขายอยู่สูงกว่าปกติ โดยอยู่ที่ราว 1.52 พันล้านหุ้นในตลาดนิวยอร์ค และราว 2.61 พันล้านหุ้นในตลาด Nasdaq ขณะที่จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วนราว 17 ต่อ 13 ในตลาดนิวยอร์ค แต่จำนวนหุ้นลบกับหุ้นบวกอยู่ในระดับใกล้เคียงกันในตลาด Nasdaq
นักลงทุนพยายามประเมินว่า ตลาดมีเหตุผลสมควรให้ไต่ขึ้นต่อไปหรือไม่ โดยขณะนี้ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นมาแล้ว 58 % จากจุดต่ำสุดในเดือนมี.ค.
ตัวเลขเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมทางธุรกิจในแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนก.ย. และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปี 2007
สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 2008 โดยได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากตัวเลขการเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับหลายครอบครัว สหรัฐรายงานอีกด้วยว่า จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกร่วงลงอย่างพลิกความคาดหมายในสัปดาห์ที่แล้ว (รอยเตอร์)
ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:กังวลอุปสงค์กดน้ำมันดิบปิดลบ 4 เซนต์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดีในขณะที่ความกังวลเรื่องอุปสงค์ที่ระดับต่ำและสต็อกน้ำมันในคลังที่ระดับสูงบดบังตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใส
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.อ่อนลง 4 เซนต์ หรือ 0.06 % มาปิดตลาดที่ 72.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 71.66-73.16 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX พุ่งขึ้นเหนือ 73 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ก่อนจะร่วงลงพร้อมกับตลาดหุ้นในเวลาต่อมา โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงหนุนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกที่ร่วงลงเกินคาด และตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งเกินคาดในสหรัฐ
บริษัทออยล์ มูฟเมนท์สคาดการณ์ว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ไม่รวมแองโกลาและเอกวาดอร์ อาจเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรลต่อวันในช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 ต.ค. โดยตัวเลขนี้มีส่วนกดดันราคาน้ำมันดิบให้ร่วงลง(รอยเตอร์)
ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์ค:แรงขายถ่วงทองลงจากจุดสูงสุดรอบ 14 เดือน
ราคาทองที่ตลาดสหรัฐยังคงอ่อนตัวลงในช่วงปิดตลาด แม้ว่าดอลลาร์ปรับตัวลงครั้งใหม่สู่ช่วงขาลง ในขณะที่นักลงทุนบางรายทำกำไร หลังจากที่ทองแตะจุดสูงสุดรอบ 14 เดือนเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี
สัญญาทองส่งมอบเดือนธ.ค.เคลื่อนตัวในช่วง 1,010.60-1,025.80 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่ของเดือนก.ค.2008
เทรดเดอร์กล่าวว่า ทองได้แรงหนุนสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่รอบ 14 เดือนในการซื้อขายช่วงแรก เมื่อดอลลาร์ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่รอบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโร การฟื้นตัวของดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนต้องการขายทอง และทำให้ทองลงไปอยู่ในแดนลบ เทรดเดอร์กล่าวว่า แม้ว่าดอลลาร์อ่อนค่าลงในภายหลัง แต่ทองก็ไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำ โดยได้รับแรงกดดันจากกระแสการทำกำไร
อย่างไรก็ตาม ช่วงขาลงของทองถูกยับยั้ง ในขณะที่ผู้ซื้อเข้าช้อนซื้อในช่วง
สำหรับราคาโลหะมีค่ามีดังต่อไปนี้
ปิดที่ระดับ (ดอลลาร์/ออนซ์) เปลี่ยนแปลง (ดอลลาร์)
ทองเดือนธ.ค. 1,013.50 - 6.70
เงินเดือนธ.ค. 17.2650 - 16.50 (เซนต์)
พลาตินั่มเดือนต.ค. 1,341.50 - 8.60
พัลลาเดียมเดือนธ.ค. 305.75 + 5.25 (รอยเตอร์)
ตลาดเงินนิวยอร์ค:ดอลล์ร่วงแตะจุดต่ำสุดรอบเกือบ 1 ปีเทียบยูโร
ดอลลาร์ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโรในวันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นในสัปดาห์นี้ และข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสโดยส่วนใหญ่ได้ลดความต้องการดอลลาร์ ซึ่งเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 91.110 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันพุธที่ 90.870 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.4738 ดอลลาร์ และ 134.31 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันพุธที่ 1.4710 ดอลลาร์และ 133.39 เยน
ความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้นหลังรายงานระบุว่า กิจกรรมภาคโรงงานในแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนก.ย. สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมิ.ย.2007 และตลาดบ้านและแรงงานก็ปรับตัวดีขึ้นด้วย
ความต้องการมากขึ้นของนักลงทุนสำหรับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงส่งผลให้ดอลลาร์ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดใหม่ในรอบเกือบ 1 ปีเมื่อเทียบกับยูโรและตะกร้าเงิน ขณะที่ภาวะซื้อขายผันผวน เนื่องจากหุ้นสหรัฐแกว่งตัวผันผวนระหว่างแดนบวกและลบ
ดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีที่ 76.010 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาที่ 76.225 โดยดัชนีร่วงลง 2.4% แล้วในเดือนนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวแย่ที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายเดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. (รอยเตอร์)
ตลาดเงิน Emerging Asia:รูเปียห์,วอนดีดตัวแตะระดับสูงสุดรอบ 1 ปี
สกุลเงินของประเทศเกิดใหม่ในเอเชียทะยานขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ โดยรูเปียห์, วอน และบาทพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะที่นักลงทุนมีความต้องการเสี่ยงเพิ่มขึ้น
หลังจากที่ผลผลิตทางอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.
เปโซแตะจุดสูงสุดรอบ 1 เดือน และริงกิตพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือน
รูเปียห์ยังคงทะยานขึ้น โดยพุ่งขึ้นสูงถึง 9,560 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2008 หลังจากที่มูดี้ส์ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียขึ้น 1 ขั้น สู่ Ba2
วอนปรับตัวขึ้นที่ราว 1,204 ต่อดอลลาร์ ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. แต่ได้ลดช่วงบวกลง อันเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และจากการแทรกแซงเพื่อซื้อดอลลาร์ของธนาคารกลาง
ริงกิตปรับตัวแข็งแกร่งที่ระดับสูงถึง 3.46 ต่อดอลลาร์ หลังมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงไตรมาส 2 ของมาเลเซียลดลงสู่ 2.88 หมื่นล้านริงกิต (8.3 พันล้านดอลลาร์) และการไหลออกของเม็ดเงินในพอร์ทได้ชะลอตัวลง
บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายแม้ยังอยู่ในทิศทางแข็งค่าแต่เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากช่วงเช้า ตามการดีดกลับช่วงสั้นของดอลลาร์ อยู่ที่ 33.65/68 จาก 33.68/73 เมื่อช่วงเช้า ขณะที่ในตลาด offshore อยู่ที่ 33.66/69 จาก 33.68/72 ช่วงเช้า(รอยเตอร์)
ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ (17 ก.ย.) ลบ 25 จุดหรือ 1.04 % สู่ 2390 ระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 4291 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 772 ระดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 11793 และระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 554 ระดับปิดสูงสุดของปีที่แล้วอยู่ที่ 11793 และระดับปิดต่ำสุดของปีที่แล้วอยู่ที่ 663
ความเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมามีดังนี้:-
วันที่ ระดับปิด เปลี่ยนแปลง (จุด)
16 ก.ย. 2415 -16
15 ก.ย. 2431 -19
14 ก.ย. 2450 -18
11 ก.ย. 2468 -24
10 ก.ย. 2492 +1 (รอยเตอร์)
Tags: nasdaq, ตลาดต่างประเทศ, เศรษฐกิจ0 Comments